Family, Islamic, Raising Kids, Sunnah

Raising Allah-Centric Part 3

การเลี้ยงลูกให้ผูกพันกับอัลลอฮฺ วัย 6 ขวบขึ้นไป

แปลจากบทความ “Raising Allah-Centric Pre-teen”

เขียนโดย : Ruhaifa Adil

แปลโดย : Metinee Adam ( เมทินี อาดัม)


image

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณา ผู้ทรงปราณียิ่ง บทความนี้เป็นบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกให้มีความผูกพันธ์กับอัลลอฮฺ ซึ่งเป็นตอนที่ 3 โดยในบทนี้จะขอกล่าวถึงเด็กโตก่อนถึงช่วงวัยรุ่น ตามบทความนี้จะครอบคลุมเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว เข้าใจเหตุและผล และพ่อแม่สามารถที่จะเติมเต็มความรู้ทางศาสนาให้กับลูก และพยายามตัดทอนสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ออกจากชีวิตเขาในช่วงวัยนี้ให้ได้ก่อนที่จะเปลี่ยนถ่ายสู่วัยรุ่น อินชาอัลลอฮฺ (เกริ่นนำโดยผู้แปล – เมทินี อาดัม)

pink-and-black-divider

สำหรับผู้ที่สนใจอ่าน 2 ตอนที่ผ่านมา สำหรับเด็ก 2 วัย ตั้งแต่วัยแบเบาะถึง 6 ขวบ สามารถตามอ่านได้ดังนี้นะคะ

1) การเลี้ยงลูกให้มีความผูกพันกับอัลลอฮฺ ตอนที่ 1 ( 0 - 3 ขวบ ) ……..  LINK

2) การเลี้ยงลูกให้มีความผูกพันกับอัลลอฮฺ ตอนที่ 2 ( 3 - 6 ขวบ ) ……….LINK

pink-and-black-divider

การเลี้ยงดูลูกให้มีความผูกพันกับอัลลอฮฺ ﷻ สำหรับวัยแรกเกิดจนถึงวัยอนุบาลนั้น กิจกรรมหรือการกระทำที่เป็นรูปธรรมเป็นสิ่งจำเป็นที่พ่อแม่หรือผู้ให้ความรู้จะต้องทำให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย จับต้องได้ และเหมาะสมตามวัย แต่เมื่อเด็กเข้าสู่ขวบปีที่ 6 เป็นต้นไป เด็กๆเหล่านี้จะมีความพร้อมในการเรียนรู้สิ่งที่เป็นนามธรรมและหลักการเหตุผลมากขึ้น ความเอาแต่ใจตัวเองมักจะน้อยลงไป(ตามปกติ) และเข้าใจสิ่งที่อยู่รอบตัวเขา โลกรอบตัวเขามากขึ้น เด็กจะมีความรู้สึกว่าเขาเติบโตเป็นเสมือนผู้ใหญ่คนนึงที่สามารถทำและช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแล้ว ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ในการที่จะทำให้เขาเติบโตจากช่วงวัยนี้ไปพร้อมกับความรักและความศรัทธาในพระเจ้าของเขา เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วทั้งความศรัทธา ความเชื่อต่างๆที่เกิดขึ้นในวัย 6 ขวบขึ้นไปนี้จะตรึงอยู่กับเขาจนก้าวย่างสู่วัยผู้ใหญ่ในอนาคต อินชาอัลลอฮฺ

และจากที่เกริ่นนำข้างต้นถึงเด็กวัยนี้ว่าพวกเขาสามารถที่จะทำความเข้าใจในเรื่องของนามธรรมที่เมื่อตอนวัยก่อน 6 ขวบเราจะต้องพยายามทำให้เขาเข้าใจง่ายขึ้น แต่เมื่อผ่านถึงช่วงวัยนี้ส่วนใหญ่เขาจะสามารถทำความเข้าใจได้เองมากขึ้น เขาจะเข้าใจโลกรอบตัวของเขามากขึ้น เข้าใจคนที่อยู่รอบข้างมากขึ้น ในฐานะของพ่อแม่มุสลิม ครอบครัวมุสลิม เราจะต้องมั่นใจว่าเราได้ให้ความรู้ในเรื่องของศาสนาและปลูกฝังความรักและสานสายใยผูกพันด้วยเขาและอัลลอฮฺ ﷻ ให้แน่นหนาและคงทน เพื่อให้มุมมองในชีวิตของเขาผ่านแต่ละเหตุการณ์มีความเชื่อมโยงตัวเขากับพระเจ้าได้เป็นอย่างดี เพราะการที่เขามีศรัทธาที่ยึดมั่นไม่สั่นไหวไปกับกระแสของสังคมด้านนอกจะช่วยให้เขาเป็นคนที่มีความผูกพันกับพระเจ้าและอยู่ในหนทางที่เที่ยงตรง หรือ มุตตากีน

ดังนั้นในบทความนี้จะนำเสนอวิธีการที่จะช่วยให้ลูกๆของเราในวัย 6+ เข้าใกล้กับความโปรดปรานของอัลลออฺ ﷻ ให้มากขึ้น อินชาอัลลอฮฺ

pink-and-black-divider

1) สอนให้ลูกเข้าใจความหมาย ความสำคัญของการตั้งเจตนา

ในศาสนาอิสลามนั้น การตั้งเจตนาถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ตามที่ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า

"ทุกการกระทำนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา" (บันทึกโดยมุสลิม)

ในวัยนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพ่อแม่ที่จะต้องช่วยปลูกฝังเขา และให้เขาตรวจสอบตัวเองว่าเขาตั้งเจตนากับการกระทำหรือสิ่งที่เขาทำไว้อย่างไร ปลูกฝังให้เขารู้ว่าการกระทำที่ดีนั้นคือการกระทำที่เจตนาเพื่อให้เข้าถึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ﷻ ไม่ใช่เพื่อคำชื่นชมจากบุคคลทั่วไป หรือรางวัลจากพ่อแม่ แต่สิ่งที่สำคัญคือการที่เราทำอะไรที่ดีทุกอย่าง ทุกวันในชีวิตของเราเพื่ออัลลอฮฺ ﷻ เท่านั้น  การสอนลูกให้รู้จักตั้งเจตนาและให้ทุกๆการกระทำของเขาเพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺนั้น จะช่วยให้ชีวิตของเขามีความสุขมากขึ้น และตัวของเด็กเองก็จะมีเกิดความผูกพันธ์กับผู้สร้างได้อย่างชัดเจน

images

2) ความมั่นคงในศรัทธาไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม

“อินนา ลิลลาฮิ วะอินนา อิลัยฮิ รอญิอูน” (แท้จริง เรานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และ ยังพระองค์เท่านั้นที่เราต้องกลับคืน) นี่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่พ่อแม่จะต้องไม่ลืมสอนและปลูกฝังต่อเนื่องให้กับลูกในวัยนี้ หลังจากที่เราได้ใช้คำนี้ในขณะที่ลูกยังเล็กๆ โดยใช้เมื่อเขาผิดหวังหรือมีของเล่นสูญหายหรือพังไป ดังนั้นเมื่อเขาโตขึ้นเราก็จะต้องสอนให้เขาเข้าใจถึงประโยคนี้ให้มากขึ้น เพื่อให้เขาเข้าใจว่าทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างรอบตัวเขา พ่อแม่เขา และตัวเขาเองนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺเท่านั้น เมื่อประสบกับการสูญเสียหรือผิดหวังในเรื่องต่างๆ พ่อแม่จะต้องสอนให้เขาสามารถเข้าใจและรับได้ด้วยกับประโยคนี้ และพ่อแม่มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยแนะนำทางแก้ไขปัญหาในแต่ละปัญหาที่เขาต้องพบเจอ โดยให้เชื่อมโยงกับอัลลอฮฺทั้งหมด และเชื่อมั่นในสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานให้กับเขาว่านั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา พยายามบอกกับด้วยกับประโยคที่ว่า “ไม่เป็นไรนะคะ นั่นคือสิ่งที่ดีสำหรับลูกแล้ว อัลลอฮฺได้จัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกแล้ว อินชาอัลลอฮฺ” (ผู้แปล)

images

3) เพิ่มความผูกพันระหว่างตัวเขากับท่านนบีมูฮัมหมัด ﷺ

ท่านนบี มูฮัมหมัด ﷺ ได้กล่าวว่า “คนหนึ่งคนใดของพวกเจ้านั้น จะยังไม่เป็นผู้ศรัทธาอย่างสมบูรณ์แบบ จนกว่าข้า จะเป็นที่รักยิ่งของเขายิ่งกว่าลูก ยิ่งกว่าผู้ให้กำเนิด และยิ่งกว่ามวลมนุษยชาติทั้งหลายทั้งมวล” (บันทึกโดย บุคอรี)

หน้าที่ของพ่อแม่คือปลูกฝังความรักให้กับเด็กที่มีต่อท่านนบี ﷺ อย่างต่อเนื่อง โดยสำหรับวัยนี้ พ่อแม่สามารถเล่าเรื่องราวหรือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับท่านนบี ﷺ ให้กับลูกให้ฟังและรับรู้ ทั้งในส่วนของชีวิตของท่าน การทำงานของท่าน การอยู่ร่วมกับศอฮาบะฮฺของท่าน การปฏิบัติต่อผู้คนรอบข้างของท่าน การปฏิบัติต่อเด็กๆที่อยู่รายล้อมท่าน และอีกหลายแง่มุมในชีวิตของท่านนบี ซึ่งพ่อแม่สามารถเล่าได้ และทำให้เด็กๆรู้สึกถึงความรักที่มีต่อท่านนบี ﷺ ทำให้เขารู้สึกว่าเขาอยากจะทำให้ได้เหมือนท่านนบี ﷺ ทำให้เขารู้สึกว่าท่านนบี  ﷺ คือตัวอย่างที่ดีที่สุดที่เขาจะต้องยึดถือและนำมาเป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตของเขา อินชาอัลลอฮฺ

images

4) การละหมาดเป็นสิ่งสำคัญ

ท่านนบี มูฮัมหมัด ﷺ กล่าวว่า “สัญญาณหนึ่งที่จะแบ่งระหว่างผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธาคือการรักษาการละหมาดของพวกเขา ดังนั้นผู้ใดละทิ้งการละหมาด แท้จริงเขาได้ปฏิเสธศรัทธา” (บันทึกโดย อะหมัด อบูดาวูด อัตตีรมีซี)

การละหมาดเป็นสิ่งที่มุสลิมไม่สามารถละเว้นไม่ปฏิบัติได้ ดังนั้นการทำให้การละหมาดเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำตั้งแต่วัยเด็กนั้นถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่มุสลิมไม่ควรมองข้ามและควรสนับสนุนและเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ให้กับลูกๆของเราได้ปฏิบัติเฉกเช่นเดียวกัน โดยอาจจะเริ่มตั้งแต่การสอนให้ลูกทำตามในทุกท่วงท่าอริยาบถ และหากเป็นลูกชายสิ่งที่ควรกระทำคือจะต้องพาเขาไปละหมาดที่มัสยิดให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้แล้ว ในเวลาละหมาดสุนัตนั้นพ่อแม่สามารถกล่าวด้วยเสียงที่พอให้ลูกได้ยิน เพื่อเป็นการสอนเขาในส่วนของสิ่งที่เขาต้องใช้อ่านในละหมาดของเขาและดุอาต่างๆอีกด้วย

อย่ากังวลใจในการที่จะปลุกลูกๆของเราในการตื่นละหมาดซุบฮฺ เนื่องจากการตื่นเป็นประจำจะเป็นการบอกกับร่างกายและนาฬิกาในร่างกายของพวกเขาให้สามารถตื่นมาละหมาดได้และไม่เป็นการยากกับเขาในการตื่นมาละหมาดในอนาคต อินชาอัลลอฮฺ

อีกสิ่งที่สำคัญคือการสอนให้เขารู้ถึงความสำคัญของการละหมาดด้วยกับการที่แพลนทุกอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางออกไปเที่ยวข้างนอก หรือไปช้อปปิ้ง หรือไปเดินเล่นจะต้องทำหลังจากการละหมาดเสร็จแล้วเท่านั้น

images

5) การทำให้เหตุการณ์หรือวันสำคัญในศาสนาเป็นที่เฝ้ารอสำหรับเด็ก

การให้เด็กรับรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของเดือนรอมฎอน, วันอีดทั้ง 2 (อีดฟิตรฺ และ อีดอัฎฮา), วันอารอฟะฮฺ, วันศุกร์ และวันอื่นๆที่มีเหตุการณ์สำคัญๆในศาสนา จะช่วยให้เขารู้สึกถึงความสำคัญ ความสุข และเป็นที่เขาเฝ้ารอที่จะได้พบ และได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวันสำคัญต่างๆของศาสนา นอกจากนี้พ่อแม่สามารถสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ควรปฏิบัติที่เป็นสุนนะฮฺในวันสำคัญต่างๆเหล่านี้ เช่น สุนนะฮฺที่สนับสนุนให้กระทำในวันศุกร์ (การตัดเล็บ การพรมน้ำหอม การอาบน้ำ ฯลฯ) เป็นต้น

นอกจากนี้การให้ของขวัญซึ่งกันและกันก็ถือเป็นสุนนะฮฺที่สนับสนุนให้กระทำเช่นกัน เพื่อให้เกิดความรักและสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

images

6) อ่านอัลกุรอาน

วัย 6 ขวบขึ้นไป เป็นวัยที่เหมาะสมในการสอนการอ่านและเป็นวัยที่เหมาะสมสำหรับการสอนการอ่านอัลกุรอานด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ก็ควรให้ลูกฟังอัลกุรอานเป็นประจำ (สืบเนื่องมาตั้งแต่วัยแบเบาะ-6ขวบ) เพื่อให้เขาสามารถท่องจำได้อย่างคล่องแคล่ว และทั้งยังส่งผลต่อการออกเสียงที่ชัดเจนของลูกอีกด้วย

images

7) เป็นตัวอย่างที่ดี….มากกว่าคำสอน

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลี้ยงดูลูกให้มีความผูกพันกับอัลลอฮฺ ﷻ ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็ตามก็คือการปฏิบัติตัวของพ่อแม่ การทำให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่พ่อแม่ทำนั้นเพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ ﷻ และทุกอย่างในชีวิตของพ่อแม่นั้นเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับอัลลอฮฺทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคทาน การทำให้การละหมาดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะเดินทางหรือทำอะไร การละหมาดจะเป็นอันดับหนึ่งที่ไม่สามารถละทิ้งหรือทำล่าช้าได้ การแสดงให้เห็นถึงความรักความเมตตาที่มีต่อบุคคลอื่น การยิ้ม การเดินทางเพื่อแสวงความโปรดปรานต่ออัลลอฮฺ เช่น การเดินทางไปอุมเราะฮฺ หรือไปฮัจย์ การเดินทางไปในที่ต่างๆ เพื่อนเรียนรู้สิ่งที่อัลลอฮฺสร้าง

การสอนที่มีค่ามากกว่าคำพูด คือการทำให้เห็น และการทำให้เห็นและเป็นให้ดู จะเป็นสิ่งที่ตราตรึงในหัวใจ และความทรงจำของลูกมากกว่าคำพูดมากมายแต่ไร้ซึ่งการกระทำ

ขอให้อัลลอฮฺ ﷻ ช่วยเหลือทุกครอบครัวมุสลิมในการเลี้ยงดูลูกให้มีความผูกพันกับผู้สร้าง และสานสายใยแห่งศรัทธาให้ก่อร่างสร้างตัวอยู่ในหัวใจของลูกๆทุกคน เพื่อให้พวกเขาเติบโตและสวยงามอยู่ในอัลอิสลาม อามีน

pink-and-black-divider

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นบทความที่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ในการแปลเป็นภาษาไทย
โดยทางลายลักษณ์อักษร ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์ยินดีให้สามารถแบ่งปันบทความได้ในรูปแบบของเว็บบล็อก 
( Web Blog) โดยห้ามมิให้มีการแบ่งปันในรูปแบบไฟล์เอกสาร 
และห้ามมิให้มีการใช้ในทางการค้าโดยเด็ดขาด
บทความต้นฉบับ : http://blog.iiph.com/raising-allah-centric-pre-teens/
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s