Family, Imtiyaz, Islamic, Montessori, Quran, Raising Kids, Sunnah, Uncategorized

Raising Allah-Centric Part 2

การเลี้ยงดูลูกให้มีความผูกพันกับอัลลอฮฺ clip_image002[4]: วัยเตรียม – วัยอนุบาล ( 3-6 ขวบ)

แปลจากบทความ “Raising Allah-Centric Preschoolers ”

เขียนโดย : Ruhaifa Adil

แปลโดย : Metinee Adam ( เมทินี อาดัม)

heart-border

        ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณา ปราณียิ่ง บทความนี้เป็นบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกให้มีความผูกพันธ์กับอัลลอฮฺ clip_image003[4] โดยในบทนี้จะขอกล่าวถึงวัยเตรียมอนุบาลจนถึงวัยอนุบาล หรือช่วงอายุระหว่าง 3 – 6 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่สามารถวางพื้นฐานและร่วมทำกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เด็กๆ มีความเข้าใจในอิสลามมากขึ้นได้อีกด้วย

**สำหรับผู้ที่สนใจอ่าน “การเลี้ยงลูกให้มีความผูกพันกับอัลลอฮฺ ตอนที่ 1” สามารถอ่านได้จาก Link นี้ค่ะ**

heart-border

ในช่วงวัยทารกและวัยเตาะแตะนั้น ผู้ที่มีอิทธิพลต่อเด็กในวัยนี้มากทั้งทางพฤติกรรม อุปนิสัยต่างๆก็คือพ่อแม่และคนในครอบครัว ต่อมาเมื่อถึงวัยเตรียมอนุบาลหรือวัยอนุบาลนั้น เด็กส่วนใหญ่ก็จะได้ไปโรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กต่างๆ ทำให้เด็กๆมีโอกาสได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆที่ไม่ใช่คนในครอบครัว เช่น  คุณครู และเพื่อนๆในชั้นเรียนเดียวกัน พร้อมกับการเจอผู้คนที่มากขึ้น เด็กวัยนี้ก็ได้มีโอกาสเรียนรู้ “โลก” มากขึ้น มีสังคมที่กว้างขึ้น จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะต้องส่งเสริมและสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กๆกับอัลลอฮฺ(ซ.บ.) รวมไปถึงเรื่องของศาสนาให้กับเด็กในวัยนี้ให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ในช่วง 3 ถึง 6 ขวบนั้น เป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การทดลองต่างๆ เป็นช่วงวัย”ทอง”แห่งการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างตัวเด็กกับผู้สร้างให้มีความแน่นแฟ้นให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กๆสามารถเรียนรู้ศาสนาผ่านทางกิจกรรมที่สนุกสนาน หลังจากที่ช่วงวัยเตาะแตะพ่อแม่ได้พยายามปลูกฝังสิ่งดีๆ เช่นการฟังอัลกุรอ่าน การนำเอาสุนนะฮฺ(แบบอย่าง)จากท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.)มาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการเล่าถึงความรักที่พระเจ้ามีต่อเด็กๆ ไปแล้วนั้น ในช่วงวัย 3 – 6 ขวบนั้นยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายซึ่งจะทำให้การสอนของพ่อแม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น ดังนี้

 

  1. เปิดเพลงอนาชีดให้ลูกฟัง

ร้องเพลงหรือกล่อมหรืออ่านโคลงกลอนที่เกี่ยวกับศาสนาให้ลูกฟัง ในทางธรรมชาติของเด็กเล็กจะชอบคำที่มีลักษณะคล้องจองอยู่แล้ว การใช้เพลงหรือกลอนเข้ามาช่วยในช่วงวัยนี้จึงเป็นสิ่งที่เห็นผลมาก เพียงแต่พ่อแม่จะต้องเลือกเพลงที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ไม่ฟังยากเกินไป และที่สำคัญคือต้องไม่มีดนตรี (ตามหลักชารีอะห์) ซึ่งก็สามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งมีให้เลือกมากมาย ตัวอย่างเพลงที่ตัวเมใช้กับลูกชายก็คือ Pizza in his pocket, hush little baby, Allah create everything เป็นต้น

 

  1. งานประดิษฐ์ที่สนุกสนานและช่วยให้เด็กๆ รู้จักกับอัลลอฮฺ (ซ.บ.) มากขึ้น

เด็กวัยนี้เป็นวัยที่มีคำถามมากมาย หนึ่งในนั้นอาจจะเป็นคำถามว่า “อัลลอฮฺอยู่ไหน” เพื่อต้องการคำตอบที่เป็นสิ่งที่มองเห็นได้ หรือสัมผัสได้ พ่อแม่มีหน้าที่ตอบคำถามให้เด็กมีความเชื่อมั่นในอัลลอฮฺ และศรัทธาผ่านกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้

–  การสร้างโมเดล หรือ วาดรูปและระบายสีบัยตุลลอฮฺ

–  การระบายสีคำศัพท์ “Allah” ( ไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไร – ผู้แปล) เพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับคำสำคัญคำนี้

– จัดทำหนังสือเล่มเล็กๆ เกี่ยวกับ “สิ่งที่จะทำให้อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงพึงพอพระทัย” หรือ “สิ่งที่อัลลอฮฺประทานให้กับฉัน” โดยสามารถไว้ใช้อ่านให้เด็กๆฟัง ในตอนกลางคืนได้

– ทำเกมสนุกๆเล่นกันเองโดยใช้วัสดุที่หาง่ายในบ้าน หนึ่งไอเดียง่ายๆที่พ่อแม่สามารถทำได้คือ การที่พิมพ์ภาพจากคอมพิวเตอร์เป็นรูปนกหรือรูปสัตว์อย่าง อื่น โดยพิมพ์ให้เป็นคู่ๆกันสำหรับการจับคู่ ยกเว้นการ์ดใบเดียวที่เป็นชื่อ ALLAH เท่านั้นที่ไม่มีคู่ เมื่อเราปล่อยให้เด็กเล่นจับคู่กันนั้น เมื่อเหลือการ์ดใบสุดท้าย พ่อแม่ก็จะสามารถสอนว่า “อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงเอกะ ไม่มีผู้ได้เทียบ และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน” (Tawhid-ul-Rububiyyah – ผู้แปล)

12208263_10152732547997168_4828806922164622417_n
Imtiyaz’s with Allah-centric Activity – Art and Craft
  1. สนับสนุนการสร้างสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ผ่านทางคำพูด

หลังจากที่พ่อแม่ได้ส่งเสริมให้มีการพูดถ้อยคำสำคัญในแต่ละวันเช่น อัลลอฮุอักบัร, ซุบฮานัลลอฮฺและญะซากัลลอฮฺ คราวนี้ถึงเวลาที่จะต้องขยับระดับของความสัมพันธ์โดยผ่านทางคำพูดขึ้นมาอีกหนึ่งระดับจากวัยที่เพิ่มขึ้น เช่น เมื่อเด็กทำสิ่งของพังหรือสูญหาย (แทนที่การบ่นโวยวายกับลูก – ผู้แปล) ด้วยคำว่า  “อินนาลิลลาฮิ วาอินนา อิลาฮิรอยิอูน” (แท้จริงเรานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์และเราก็จะกลับไปหาพระองค์) และการกล่าว “อัลฮัมดุลิลละฮฺ” เมื่อเวลาที่เด็กมีความสุข หรือแม้กระทั่งเวลาเศร้าใจ(เพิ่มเติมโดยผู้แปล) นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้เด็กกล่าว “อัลลอฮุอักบัร” เมื่อเวลาเขาขึ้นบันได และกล่าว “ซุบฮานัลลอฮฺ” ในเวลาที่เขาเดินลงบันได ไม่ใช่เพียงแค่นี้แต่พ่อแม่ยังมีหน้าที่ที่จะทำให้คำพูดและความคิดของเด็กๆ มีความเชื่อมโยงและผูกพันธ์กับอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เพื่อให้เด็กเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งสิ่งที่เขาพึงพอใจ และไม่พึงพอใจล้วนแล้วแต่มาจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทั้งสิ้น ให้เขาเรียนรู้ที่จะแสดงความขอบคุณต่อผู้สร้างในทุกๆเหตุการณ์ของชีวิตของเค้า และให้อัลลอฮฺ (ซ.บ.)อยู่ในทุกๆวาระและความระลึกถึงของเด็กๆ

  1. งานประดิษฐ์ที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.)

นอกจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับผู้สร้างแล้ว อีกหน้าที่ของพ่อแม่ที่มีความสำคัญอีกประการหนึ่งคือการสร้างสัมพันธ์และความรู้สึกเชื่อมโยง ระหว่างเด็กกับมหาบุรุษที่เป็นแบบอย่างของประชาชาตินั่นคือ ท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ตามฮะดิษที่ ท่านนบีได้กล่าวว่า

“ผู้หนึ่งผู้ใดในหมู่พวกเจ้าจะยังไม่ศรัทธา จนกว่าฉันจะกลายเป็นคนที่เขารักมากกว่าผู้ให้บังเกิดของเขาและลูกของเขา” (Sahih Bukhari)

ด้านล่างนี้จะเป็นตัวอย่างของกิจกรรมที่พ่อแม่สามารถนำไปใช้หรือประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสมและความพร้อมของเด็กแต่ละคน

–  ทำกิจกรรมตัดแปะภาพจากสิ่งที่ท่านนบีกระทำหรือชื่นชอบ เล่น การอ่านอัลกุรอ่าน การละหมาด อินทผาลัม มะกอก น้ำผึ้ง นม เป็นต้น โดยอาจทำเป็นโปสเตอร์ติดฝาผนังหรือทำเป็นกระดาษขนาดเท่าโปสเตอร์ก็ได้ เพื่อให้ง่ายๆสำหรับเด็กเล็กโดยไม่ต้องเป็นงานที่ละเอียดมาก (เพิ่มเติมโดยผู้แปล)

– ทำแผนภูมิต้นไม้แสดงถึงครอบครัวของท่านนบี เป็นการทำความเข้าใจและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท่านนบีไปด้วย นอกจากนี้ก็ยังสามารถชวนเด็กๆมาทำ ให้แผนภูมิต้นไม้ครอบครัวของตัวเด็กเองก็เป็นการเรียนรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนานตามวัย

– ระบายสีภาพมัสยิดนะบะวี ณ เมืองมาดินะฮฺ หรือจะเปิดคลิปวิดิโอมัสยิดให้เด็กดูก็สามารถทำได้

– กล่าวถึงหรือเล่าเรื่องราวของท่านนบีในช่วงต่างของชีวิตที่ท่านได้ทำหน้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น คนเลี้ยงแกะ, ทหาร, ผู้นำ, ครู และอื่นๆ อาจจะใช้ อุปกรณ์เสริมต่างๆตามความเหมาะสมเช่น เสื้อผ้า ฉาก หรือใบงานต่างๆ เป็นต้น

– ให้เด็กๆจินตนาการภาพของสวรรค์ สถานที่ที่เด็กๆจะได้พบกับท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) อีกครั้ง อินชาอัลลอฮฺ โดยเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ใช้อุปกรณ์ที่มีความหลากหลายในการวาดและระบายสี อาจจะใช้ฟองน้ำ ใช้นิ้วมือ หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตามความเหมาะสม หน้าที่ของพ่อแม่สำหรับกิจกรรมนี้คือทำให้กิจกรรมนี้สนุกและตรึงอยู่ในความทรงจำ เพราะเมื่อเด็กๆนึกถึงสวรรค์เขาจะเชื่อมโยงกับความสนุกและความสุขที่เขาได้รับจากกิจกรรมนี้ ช่วยให้เขาเข้าใจคอนเซ็ปต์ของสวรรค์มากขึ้น (เพิ่มเติมส่วนนี้โดยผู้แปล)

12246793_10152749302182168_6606583513628999322_n
Activity to learn about Prophet
  1. นำแบบอย่างของท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) มาใช้ในชีวิตประจำวัน

หน้าที่ของพ่อแม่ไม่ได้มีเพียงแค่การเล่าเรื่องหรือกล่าวถึงท่านนบี (ซ.ล.) เพียงเท่านี้ แต่ยังต้องนำเอาแบบอย่างที่ท่านนบีได้ปฏิบัติไว้มาใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นและนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตเมื่อโตขึ้นได้อีกด้วย ตัวอย่างที่สามารถทำได้ดังนี้

–  ทุกวันศุกร์ ก่อนไปละหมาดควรจะอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย ตัดเล็บ ขลิบขนหรือหนวด ใส่เสื้อผ้าที่สะอาดและพรมน้ำหอม ตามที่ท่านนบี (ซ.ล.)ได้ถือปฏิบัติช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

– การสอนให้ลูกลองรับประทานอาหารโดยใช้นิ้วมือ 3 นิ้วในการรับประทาน

– การนำเอาแบบอย่างทั้งการพูดและการเดิน (พูดด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ อ่อนโยน และอ่อนน้อมถ่อมตน เดินด้วยความสุภาพ เรียบร้อย ไม่เดินอย่างหยิ่งผยอง – เพิ่มเติมโดยผู้แปล)

– การนำเอาแบบอย่างเรื่อง “การยิ้ม” ของท่านนบีมาปฏิบัติ

– อบรมลูกๆให้มีความรักในการรักษาความสะอาดของเล่น ของใช้ส่วนตัว และรักษาความสะอาดของบ้านที่อยู่อาศัย

 

  1. การเล่นบทบาทสมมุติและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ

การเล่นบทบาทสมมุติเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญและมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของเด็กในวัยนี้มากอีกกิจกรรมหนึ่ง ทำให้หลักสูตรวัยเตรียมอนุบาล-อนุบาลในหลายๆประเทศนั้นต้องบรรจุกิจกรรมนี้ลงในหลักสูตร เพื่อให้เด็กๆเกิดการเรียนรู้ในรูปแบบของการจำลองและสร้างความเสมือนจริง โดยพ่อแม่อาจจัดหาอุปกรณ์ที่จะสามารถใช้ในการเล่นบทบาทสมมุติไว้ยังมุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ที่เด็กๆจะสามารถหยิบมาเล่นได้ อุปกรณ์ประกอบนี้สามารถยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ได้ดังนี้ เช่น ผ้าปูละหมาด, หมวกหรือชุดละหมาดสำหรับเด็กผู้หญิง, ชุดครองอิหฺรอม หรือชุดอบายาพร้อมฮิญาบ ชุดเครื่องครัวเพื่อใช้ในการเตรียมอาหารเพื่อถือหรือละศีลอด, เงินปลอมที่สามารถใช้เล่นบริจาคเงินได้ หรือแม้แต่อุปกรณ์ต่างๆที่พ่อแม่สามารถใช้เล่าเรื่องของนบีต่างๆตามที่อัลกุรอ่านได้ระบุ เช่น ไม้้เท้า (นบีมูซา), วาฬ (นบียูนุซ), มด (นบีสุไลมาน), เรือใหญ่พร้อมทั้งสัตว์หลากหลายเป็นคู่ๆ (นบีนูห์) และนบีท่านอื่นๆ การเล่าเรื่องโดยมีอุปกรณ์ประกอบจะช่วยให้เด็กๆ ทำความเข้าใจเรื่องราวได้ดีขึ้นอีกด้วย

12299248_10152760877032168_138164523695084025_n
Part of My 5 Pillars of Islam’s Quiet Book.

หน้าที่ของพ่อแม่นอกจากจะต้องเลี้ยงดูให้ลูกเกิดความสุขกายสบายใจแล้วการทำให้ศาสนาของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็เป็นหน้าที่ที่พ่อแม่ไม่ควรละเลย และวัย 3 – 6 ขวบนี้ก็เป็นวัยที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการจะสร้างความสัมพันธ์และความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้สร้าง เพื่อว่าเมื่อเด็กโตขึ้นเขาจะ สามารถป้องกันตัวเขาและคนรอบข้างจากฟิตนะฮฺ(ความวุ่นวายหรือเลวร้าย)ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

“โอ้ พระองค์อัลลอฮฺ ได้โปรดเพิ่มพูนความศรัทธาให้กับลูกๆของพวกเรา และให้ได้โปรดช่วยให้ลูกๆของพวกเราเติบโตขึ้นโดยมีอัลลอฮฺ (ซ.บ.) อยู่ในทุกลมหายใจของเขา”

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นบทความที่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ในการแปลเป็นภาษาไทยโดยทางลายลักษณ์อักษร ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์ยินดีให้สามารถแบ่งปันบทความได้ในรูปแบบของเว็บบล็อก ( Web Blog) โดยห้ามมิให้มีการแบ่งปันในรูปแบบไฟล์เอกสาร และห้ามมิให้มีการใช้ในทางการค้าโดยเด็ดขาด

บทความต้นฉบับ : http://blog.iiph.com/raising-allah-centric-preschoolers/

Advertisements