Uncategorized

Day 6 : Sightseeing Tokyo Ep2

29 October 2015

ตอนเช้าเริ่มต้นด้วยการไป Tokyo Metropolitan Gov Office อาคารแฝดที่อยู่กลางย่านชินจุกุ เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่เหมาะมากๆกับคนเที่ยวด้วยตัวเองและอยากประหยัดเงินแบบมี้เม 55+ ที่นี่ไม่มีการเก็บค่าเข้าชม ได้ชมวิวเมืองโตเกียวแบบฟรี ๆ พร้อมไกด์ที่จะพาเราไปรู้จักและเรียนรู้ส่วนต่างๆ ของอาคารที่สำคัญๆ และสามารถเข้าชมได้ ชอบมากๆค่ะ ไกด์ที่เป็นอาสาสมัครให้ครอบครัวเราครั้งนี้เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 45 ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีมากๆ ปกติจะใช้เวลา 40 นาทีสำหรับการเยี่ยมชมส่วนต่างๆของอาคาร และดูวิวที่ชั้น 45 แต่รอบนี้น่าจะเป็นเพราะเรามีคำถามที่อยากรู้มากมายเกี่ยวกับญี่ปุ่น ทริปนี้ของเราจึงใช้เวลาไปเกือบ 1 ชั่วโมง ไกด์ชอบอิมติยาซค่ะ ฮีพูดแข่งกับไกด์จนไกด์แซวว่าถ้าโตขอชวนมาทำงานเลยนะ 55+ Alhumdulillah

เมชอบ Wonder Wall ที่รัฐเปิดโอกาสให้ศิลปินใหม่ๆ ได้มีโอกาสเปิด Exhibition โดยทำการคัดเลือก 12 ศิลปิน สำหรับ 12 เดืินใน 1 ปี เริ่ดมาก

ส่วนวิวจากชั้น 45 นี้ถ้าวันที่ท้องฟ้าเปิด จะสามารถเห็นฟูจิขี้อายได้เลย กรี๊ดๆ วันนี้ที่มาเมฆเยอะค่ะ อดนะคะอด ตอนเช้ามีฝนโปรยปรายนิดหน่อย อากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 19°C
ไกด์บอกว่าปีนี้หนาวเร็วค่ะ

ตึกที่อิมติยาซชี้ (ด้านหลังของตึกสีขาวในภาพ ที่เป็นตึกทรงรีๆ) มีชื่อว่า Mode Gakuen Cocoon Tower ไกด์บอกว่าเป็นโรงเรียนสำหรับ Medical Service , Fashion Design และ Game Engineering ว้าววววมากค่ะ สำหรับเด็กที่จบ Highschool แล้วจะต่อ Vocational School ก็สามารถเลือกต่อได้ หรือจะไปทำงานก่อนในช่วง Gap Year ก็สามารถทำได้

หลังจากชมวิวแล้ว เราก็ไปชินจุกุ ชิบุย่า ไปตรงห้าแยกชิบุย่า ถ่ายรูปเสร็จก็ไปละหมาดที่ Camii อีกที แล้วก็หาอะไรกินที่นั่น

ตอนบ่ายๆเย็นๆ นั่งรถไฟไป Odaiba ถ่ายรูปสะพานสายรุ้ง และ Ferris Wheel

กลับที่พักประมาณ 5 ทุ่ม T- T

วันที่ 7 แพลนจะ Shopping บ้างแล้ว อินชาอัลลอฮฺ ทริปนี้ไม่เน้น Shop เน้นเที่ยว เน้นเรียนรู้ Alhumdulillah !

#FamilyTrip #LearningByTraveling 

12193772_10152717147787168_4007576748429357714_n

Advertisements
Uncategorized

Day 5 : Sightseeing Tokyo

28 October 2015

วันนี้เริ่มทริปช้ากว่าทุกๆวัน เพราะให้ลูกฟินกับของเล่น หนังสือ และเล่นน้ำในอ่างบ้าง T-T

เริ่มต้นทริปด้วยเดินทางไปที่ Tokyo Station ตึกอาคารสีแดงสไตล์ Renaissance สวยงามตามระเบียบพัก –” ย่านนี้จะเรียกว่า Marunouchi มีตึกชื่อเดียวกันเลย และตึกที่เติม Shin ไว้ด้านหน้า (555+) ใหญ่โตอลังการดีแท้

แต่จุดที่เราจะไปจริงๆคือ Imperial Palace East Park และสะพาน Nijubashi ซึ่งอยู่ด้านหน้าของ Main gate ของพระราชวัง วันนี้ไปฟ้าสวย แดดแรงโฮกๆ แต่เราไม่ย่อท้อเดินกันน่องปูดเลย 55+ เดินไปต่อที่ Marunouchi Nakadori ซึ่งอยู่ระหว่างสถานี Otemachi และ Yurakusho ทางเดินร่มรื่นดี ชอบมากพักผิวนิดนุงหลังโดนแดดที่พระราชวังเบิร์นมา T-T

หลังจากนั้นพาลูกชายไปเที่ยวสวน Shinjuku Gyoen National Garden ค่าเข้าประมาณ ¥200 สวนกว้างมากกกก ต้นไม้โซนด้านหน้านอกจากจะมีชื่อสามัญ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษแล้ว ยังมี QR Code ที่ Link ไปยังข้อมูลและภาพเพิ่มเติมของต้นไม้แต่ละต้นอีกด้วย เริ่ดมาก ชอบๆๆ

ที่นี่อิมติยาซชอบมากเพราะได้วิ่งเล่น ดูดอกไม้ ต้นไม้แปลกตา กระโดดโลดเต้นและกลิ้งเกลือกกับใบไม้ไปมา เมื่อวานเป็นกระรอกน้อยแคะ Chestnut วันนี้แปลงร่างเป็น Wiggly Caterpillar เอิ่ม ฮีคงมาแนวนี้แล้ว เราไม่ควรขวางทางฮีจริงๆ 55+
ฮีมองหา ตามหาและถามหาแต่ Chestnut คงอยากแปลงร่างเป็นกระรอกน้อยอีกครั้ง แต่ดันไปเจอของเล่นใหม่แทนคือ Japanese Stone Oak ร่วงกราวเต็มพื้น สนุกเลยงานนี้ พ่อแม่ลูกเลยนั่งเล่นในสวน Slow Life กันไป

หลังจากนั้นแพลนเดิมจะเดินทางไป Tokyo Camii Mosque & Turkish Cultural Center ให้ทันอัสรี สามีเลยพาเดินทางไป Yoyogi ( สถานีแห่งความทรงจำ) เอิ่ม สามีสับสนพามาผิดสถานีจ้า แหะๆ กลับตัวกันได้เลยแทรกแพลนเพิ่มไปเปลี่ยนสายที่ Harajuku เลยเดินเล่นกัน เอิ่ม เดินได้แป๊บเดียวค่ะ รู้สึกว่าเราอาจจะไม่อินกันเนอะ เลยรีบเดินทางต่อดีกว่า เดินผ่านโซนสูบบุหรี่นี่แทบอยากหายตัวได้เลย

เลยเข้าสู่แพลนเดิมคือจะไป Camii จาก Harajuku ก็ไปลงที่
Yoyogi-Uehara เพื่อไปตามหามัสยิด Camii & Turkish Center หาไม่ยาก ถามทางจากตำรวจเลย ดีจริง 55+

มัสยิด Camii สวยงามมากๆ อากาศดี เรามาก่อนเวลามัฆริบพอสมควร เลยเดินถ่ายรูปและพูดคุยกับคนในมัสยิด เจอสองสามีภรรยาจากปากีสถานที่มาทำงานที่ญี่ปุ่นมานานถึง 27 ปี คุยถูกคอ เค้าเลี้ยงข้าวเย็นที่ร้านอาหารปากีแถว Oyama ห่างจากมัสยิดมาประมาณ 2 ไฟแดง อาหารอร่อยดี สนองนี้ดอิมติยาซมาก อยากกินโรตีมาหลายเพลาแล้ว Alhumdulillah. ร้านนี้ Chicken Tikka รสชาตดี ชอบๆๆ

หลังจากนั้นก็นั่งรถจาก Yoyogi-Uehara ไปลงที่สถานี Nishi-Nippori ก่อนเปลี่ยนสายไป Keihin-Tohoku เพื่อมาลงที่ Higashi-Jujo เพื่อกลับที่พัก

ก่อนถึงที่พักแวะซื้อขนมตุนไว้สำหรับพรุ่งนี้ inshaAllah แพลนหลายอย่างที่วางมาอาจปรับไปบ้างตามความเหมาะสมและความสนใจของครอบครัวเรา เพราะฉะนั้นทริปเราอาจจะไม่ได้ Perfect ครบถ้วน แต่เราก็ Happy ในแบบของเรา Alhumdulillah.

ปล. #1 วันนี้หยอดเหรียญตู้ Gashapon มา 1 จึก เอิ่ม แม่อยากได้ตู้อันปัน แต่ลูกอยากได้นาฬิกา ก็เอาเนอะ ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ หยอดตู้ตามใจผู้เล่น ไว้มี้ไปแอบหยอดเองหลังไมค์ดีกว่า อะคริๆๆ

12049731_10152715063017168_2194711862112583411_n

#FamilyTrip #LearningByTraveling

Uncategorized

Day 4 : Yokohama

27 October 2015

วันนี้ออกจากที่พักตอนเช้าลูกชายอยากนั่ง Pirate Ship ล่องทะเลสาบ Ashi อีกรอบ จัดไปเบาๆ วน loop กิจกรรมเมื่อวานอีกไปจนถึง Gora Station นั่งรถกลับไปที่ Odawara หลังจากนั้นนั่ง JR ไปที่ Yokohama ขึ้นรถกันไปแบบมึนๆงงๆ

ถามคนนู้นทีคนนี้ที จนขึ้นรถสำเร็จ
จาก Odawara ไปจนถึง Yokohama ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนขึ้นรถไฟไปเจอคุณป้าคนนึง ชื่อทาดะ คุณป้าอายุ 83 แต่แข็งแรงมากๆเหมือนคนอายุ 60 ป้าพูดภาษาอังกฤษได้ และพยายามพูดกับเรามากๆ ป้าบอกว่าการได้คุยกับคนต่างชาติที่มาเที่ยวญี่ปุ่นเป็นวิธีฝึกภาษาที่ดี 1 ชั่วโมงที่นั่งคุยกันในรถไฟ ป้าบอกกับเราว่าจะพาทัวร์ Yokohama ให้ ตอนแรกเราบอกแพลนคุณป้าไปว่าเราจะไปแค่ Nippon Maru Museum แล้วเดินไปต่อที่ Cosmo World และ Cosmo Clock 21(Ferris Wheels) ใหญ่ยักษ์เพื่อชมวิวรอบๆ Yokohama
คุณป้าทาดะเสนออีกสถานที่ให้เราคือ Sankei-en Garden เป็นสวนแนวญี่ปุ่นที่มีจัดแสดงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ มีศาลเจ้าด้านใน มีห้องชงชาโบราณตามแบบญี่ปุ่น (อันนี้ข้อมูลจากคุณป้าทาดะทั้งหมด) ตอนแรกตัดสินใจกันอยู่สักพักเพราะเรามีเวลาอยู่ Yokohama ได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง เพราะต้องรีบกลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่ Locker ที่ Shinjuku ก่อนที่จะต้องนั่งรถไฟเข้าที่พักที่จองไว้สำหรับ 3 คืนสุดท้ายของทริปนี้ อินชาอัลลอฮฺ

คุณป้าคะยั้นคะยออยากพาเราไป จนเราตัดสินใจตามคุณป้าไป ป้าจัดการเรียกแท็กซี่เสร็จสรรพ บอกตามตรงตอนนั้นเหงื่อซิกๆ เพราะได้ยินกิตติศัพท์ค่า Taxi ของประเทศนี้มาจากเพื่อนๆหลายคนที่เคยมา สรุปป้าเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างทั้ง Taxi จาก Yokohama Station –> Sankei-en Garden –> Nippon Maru Port Museum และจาก Cosmo World กลับไปที่สถานี Yokohama อีกครั้งรวมๆแล้วคุณป้าจ่ายเงินให้เราไปเกือบๆหมื่นเยน คือแบบมือเย็น ทำตัวไม่ถูก คือคุณป้าดีกับเรามากมาย คุณป้าบอกว่าชอบอิมติยาซมากๆ นั่งดูอิมติยาซกินข้าวและคุยในรถไฟแล้วอยากพาไปเที่ยว Alhumdulillah !

แต่จากการที่คุยกัน ทำให้เรารู้ว่าคุณป้าคงเหงาที่อยู่คนเดียว คุณป้าพาเรามาเที่ยวเหมือนป้าพาคนในครอบครัวมาเที่ยว เรารู้สึกดีมากจริงๆค่ะ Alhumdulillah !

กลับเข้ามาเรื่อง Yokohama นิดนึง วันนี้ที่มาอากาศจะอุ่นๆกว่าโตเกียว ลมไม่แรงมาก ดูไม่วุ่นวาย เป็นเมืองที่น่าอยู่อีกเมืองนึง วันนี้ได้ไปชมสวนดอกเก๊กฮวยหรือเบญจมาศ ( chrysanthemum ) และดูดอกไม้สวยๆ บางส่วนของสวน Sankei-en ต้นไม้เริ่มเปลี่ยนสีบ้างแล้ว คุณป้าทาดะบอกว่ากลางพฤศจิกายนจะเปลี่ยนสีทั้งสวนตรงโซนที่ติดกับห้องชงชา จะสวยงามมาก ( ^_^) อิมติยาซชอบมากตรงที่มีลูก Chestnut หล่นอยู่ใกล้ๆกับห้องชงชา เด็กน้อยเลยแปลงร่างเป็นกระรอกน้อยแกะ Chestnut ไปเป็นที่เรียบร้อย 555+

ส่วน Nippon Maru Yokohama Port Museum นั้นก็มาจอดที่ท่านี้ตั้งแต่ปี 1984 ( จอดมานานกว่าอายุเราอีกเนอะ55+) มีค่าเข้าชม ¥600 สำหรับผู้ใหญ่ อิมติยาซฟรีค่ะ

หลังจากนั้นพาอิมติยาซไปฟินที่ Cosmo World ฮีฟินมากๆ บอกเลย

ต่อมา Ferris Wheel Cosmo Clock 21 บริเวณ Minato Mirai 21 วันนี้เราอดขึ้นเพราะเลยเวลาตามแพลนมาพอสมควร ไม่อยากเข้าไป Shinjuku ช่วงเลิกงานเพราะจะสับสนอลหม่านคนเยอะมากมาย แต่สุดท้ายความเป็นจริงคือสิ่งที่เราหนีไม่พ้น T-T

คุณป้ามาส่งเราที่สถานี Yokohama
เราพยายามหาของที่ระลึกให้คุณป้า พร้อมแลกเบอโทรและที่อยู่ให้คุณป้า ป้าทาดะชอบอิมติยาซมากๆ Alhumdulillah ก่อนส่งเรากลับ ป้าร้องไห้ และยืนมองเราจนเราเข้าไปด้านใน พร้อมทั้งโบกมือและชูมือบอกชานชาลาที่เราต้องไปขึ้นรถกลับ Tokyo

บางครั้งคนที่ได้เจอ ได้รู้จักกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถทำให้เราเศร้าเมื่อต้องกล่าวคำลาได้เช่นกัน

จาก Yokohama มาถึง Shinjuku ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที เวลาเลิกงานพอดี คนเยอะมาก เราต้องรีบไปหา Locker ที่เราฝากของไว้ คำแนะนำสำหรับคนที่คิดจะฝากของไว้ที่ Coin Locker คือเก็บ Receipt ให้ดี เพราะในนั้นจะมี Pin No. / Location / Box. No. ซึ่งจำเป็นมากๆ อีกอย่างที่ควรทำคือถ่ายรูปตู้ Locker เราไว้ให้ติดสถานที่ใกล้เคียงเช่น OdekyuShop หรืออื่นๆ Alhumdulillah ที่ทำทั้ง 2 อย่างปฏิบัติการตามล่าหา Locker จึงใช้เวลาไม่นาน เพราะสถานี Shinjuku จะมี coin locker หลายจุด และคล้ายๆกัน จึงต้องมีตัวช่วยจำค่ะ

วันนี้ขึ้น JR กลับเข้าที่พักจากสถานี Shinjuku ผ่านทาง Saikyo Line ไป Akabane และเปลี่ยนสายไปลงที่ Higashi Jujo สามีพาขึ้นรถผิดคัน เอิ่ม ตาลีตาเหลือกลงมาจากรถพร้อมกระเป๋าเป้ 2 ใบ กระเป๋าลากเสื้อผ้าคุณลูก 1 ใบ เอิ่ม รสชาตชีวิต เหนื่อยโฮกแต่สนุกดีๆ ขำๆ ชอบมาก (ไม่ได้ชอบหลงนะคะ) แค่ชอบที่มันตื่นเต้น รู้สึกเหมือน 14 อีกครั้ง 555+

ถึงที่พักประมาณ 1 ทุ่ม กินข้าวเย็น ผลไม้ นม น้ำผลไม้ คือจัดเต็มทุกสิ่ง T-T ตอนแรกคิดว่าทริปนี้มาน่าจะผอม แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าคง “ยาก”

ปล.#1 วันนี้เรียนรู้ศัพท์ภาษาญี่ปุ่นเกี่ยวกับสี ดอกไม้ ได้มา 4-5 คำ ดีใจน้ำตาไหล(เว่อร์)

ปล. #2 เริ่มสนุกกับการอ่านฉลากข้าวและอาหารที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อ โดยวิธีจำเป็นภาพของคำศัพท์ส่วนผสมตามหนังสือ Guide for shopping ของกลุ่ม Hararu (Halal) เพื่อหาขนมและอาหารที่ฮะล้าลค่ะ
มุสลิมที่มาเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำเลย ตอนนี้มีอีกเล่มที่เค้าขายด้วย ยังไม่ได้ซื้อแต่ได้เพื่อนใจดีส่งข้อมูลให้ทาง Inbox ต้องขอบคุณเพื่อนสาวใจดีไว้ตรงนี้เลยนะคะ แฮ่มๆๆ

To be continued … inshaAllah

12063562_10152713871742168_7511939941960969259_n

Uncategorized

Day 3 : Hakone

26 October 2015

วันนี้แพลนเดิมจะออกจากโรงแรมแถว Asakusa ตอนเช้ามืด แต่ผิดแผนนิดหน่อย หนุ่มน้อยขี้เซางอแงนิดนุงขอนอนต่อ โอเคมี้หยวนให้ เพราะต้องเดินทางไกล ชาร์ตพลังให้เต็มดีกว่า ข้อดีของการเที่ยวเองคือความยืดหยุ่นสูงงงงงง

หลังจากออกจากโรงแรมก็ไปสถานี Shinjuku ฝากกระเป๋าบางส่วนที่ Coin Locker เราซื้อ Hakone 2 days Pass เพราะแพลนจะนอนค้างที่นั่น 1 คืน นั่งรถไฟจาก Shinjuku ไปลง Odawara และเปลี่ยนสายรถไปเป็น Hakone Tozan Line จนถึงสถานี H.Yumoto ใช้เวลาจาก Shinjuku ถึงสถานีนี้ประมาณเกือบๆ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นนั่งรถ Tozan Bus ไปลงที่ Moto-Hakone-Ko ใช้เวลา 40 นาที หลังจากนั้นลงเดินไปที่ Ancient Cedar Ave. สวยงามตามท้องเรื่อง เอิงเอย เดินไปเริ่มหิวดีที่แวะ 7 ก่อนออกเดินทาง พอมีของประทังหิว หลังจากนั้นตรงไปที่ H. Mashiko เพื่อรอขึ้นเรือ Pirate Ship ล่องไปในทะเลสาบ Ashi ลมแรงมาก อากาศดีมาก เห็นฟูจิแล้วนะวันนี้ Alhumdulillah !

นั่งเรือไปประมาณ 40 นาทีก็ขึ้นที่ท่า Togendai-ko ช่วงนี้ Ropeway ไม่สามารถใช้ได้ก็ไปบัสและ cable car ไปก่อน ถึงสถานี Gora ก็รอบัสเพื่อเข้าที่พักแถว Yunesson
เป็นการจบทริปวันนี้

ลูกได้นั่งรถไฟใต้ดิน, รถไฟฟ้า, รถไฟ, บัส, เรือ, cable car และรถตู้ตอนเข้าที่พัก อัลฮัมดุลิลละฮ์
สนุกแบบอึนๆมึนๆ

อากาศทีนี่ดีมาก มีใบไม้ในหลายจุดเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว สวยงามมาก MashaAllah ตอนกลางคืนด้านนอกที่พักอุณหูมิประมาณ 8°C Alhumdulillah

กินข้าวเสร็จก็เล่นของเล่น อ่านหนังสือ และเกลี้ยกล่อมให้เด็กน้อยนอน เพื่อเก็บแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อ

งานพ่อแม่หลังจากนี้คือปรับ-เปลี่ยนแผนเที่ยวที่วางไว้แบบวันต่อวัน

ภาพประกอบ : ถ่ายตอนเดินออกมาจาก Moto-Hakone-ko (สามารถขึ้นเรือจากตรงนี้ได้ ถ้าไม่อยากเดิน)

ปล. จริงๆตัวเองอยากไปดูฟูจิขี้อายที่ Kawaguchiko มากกว่า แต่คิดว่า Hakone เหมาะกับพาลูกไปฟินมากกว่า เพราะมีอะไรให้ทำเยอะ

ปล.2 — Red Bean Bun ที่สถานี Gora ร้อนๆ อร่อยสุดๆ เหมาะกับกินระหว่างรอรถไปโรงแรม กินคู่กับชานมที่กดมาจากตู้กด ร้อนๆ มันช่างฟินเสียนี่กะไร 55+

 

12039614_10152711943377168_1912395176515451369_n

To be continued … tomorrow inshaAllah !

#FamilyTrip#LearningByTraveling#ImtiyazJourney2015

12043103_10152711714577168_8221825694715914328_n
Our Accommodation at Hakone !!
Uncategorized

Day 2 : Asakusa – Ueno

25 October 2015

วันนี้ตอนเช้าออกจาก Haneda International Airport ใช้บริการ Monorail อิมติยาซถูกใจมาก หลังจากนั้นซื้อตั๋ว subway ของ Metro & Toei แบบ 1 day คุ้มมาก เพราะวันนี้แพลนเที่ยวใน tokyo
ไปถึงโรงแรมยัง check-in ไม่ได้ ฝากกระเป๋าเสร็จก็ไปย่านอาซากุซะ แวะหาขนมกิน เจอร้าน Ramen แบบ Halal คนในร้านพูดไทยได้ 1 คน เอิ่ม^_^ หลังจากนั้นไป Ueno Park ลมแรง อากาศดี ฟ้าใสกิ๊งๆ วันนี้ตระเวนพาลูกไปเที่ยวใน Ueno Zoo นั่ง Monorail เชื่อม East Garden – West Garden ลูกฟิน ใครพาเด็กมาด้วยแนะนำค่ะ ค่าเข้าไม่แพง เด็กต่ำกว่า 6 ปีฟรีค่ะ
นอกจากนี้ใน Ueno จะมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งทั้ง Art และ Science Museum
ขากลับลูกอยากขึ้นลงเล่นๆรถไฟ จึงเลือกกลับอีกทาง คนละด้านกับขาเข้าสวนสัตว์ ขึ้นๆลงๆ เปลี่ยน Line เปลี่ยนสถานีไปไม่ต่ำกว่า 5 สถานี เมื่อวานลองเล่นกางแผนที่เปลี่ยนสถานีกันสนุกๆ วันเดียวทำให้เข้าใจตาราง Subway ที่เราคิดว่าเราน่าจะงงมากที่สุด
Alhumdulillah !

เมื่อวานลองเที่ยวแบบ Manual ไม่ใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเลย ลองให้ลูกเรียนรู้การใช้แผนที่ ให้เค้าดูเรื่องทิศ บอกเลี้ยว ซ้าย ขวา ได้ อินชาอัลลอฮฺ ที่สำคัญถามทางในญี่ปุ่นสนุกดี คนบางคนใช้อังกฤษไม่ได้ แต่ช่วยเต็มที่มาก ปิดทริปวันนี้อิมติยาซได้ศัพท์ญี่ปุ่นไป2-3 คำจากการฟัง อัลฮัมดุลิลละฮ์

ค่ำเร็วมากๆ ดวงอาทิตย์ตกตั้งแต่ 4.55 เอิ่ม เร็วเนอะ ตอนกลางคืนเย็นๆสบาย อุณหภูมิไม่ต่ำมาก ประมาณ 14 องศา แต่ลมแรงมากเลยทำให้เย็นขึ้น

12038522_10152711343692168_5907310237220140640_n
สองหนุ่มย่าน Asakusa …แดดแรง ลมแรง โดยรวมแล้วดี๊ ดี อัลฮัมดุลิลละฮฺ


12042941_984826518240316_2628088742111930570_n
1 Day Ticket ลูกฟินมากนะบอกเลย แม่ก็แฮ่กๆๆมาก พ่อก็ เอิ่มมมมม ดีงามค่ะ อัลฮัมดุลิลละฮฺ

 

Imtiyaz

Our Family On Air – Mom Club ( MCOT FAMILY 14) with LINK

Assalamualaikum , May all peaces be upon to all of you !

ห่างจากการเขียนบล๊อกไปนานนนนนนนนมาก คิดถึงแทบใจจะขาด แหะๆ(เว่อร์และเหวิ่นเว้อได้ทุกวันนะคะมี้เม)
วันนี้เลยอยากเขียนถึงบันทึกหน้านึงของชีวิตในช่วงเดือนที่ผ่านมา

เดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นเดือนที่เดินทางเยอะมาก เหนื่อยมาก แต่ก็ได้รู้จักพบปะผู้คนมากมาย
ได้ทำอะไรหลายๆอย่างเหมาะกับแม่ไฮเปอร์แบบเมมากมาย ^__^
Alhumdulillah รู้สึกดีที่ได้มีโอกาสทำและพบปะผู้คนใหม่ๆในชีวิต

อีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับครอบครัวของเมคือการได้รับเชิญให้ไปออกรายการโทรทัศน์รายการนึง
ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกและครอบครัว ซึ่งเป็นรายการที่ดีมากๆค่ะ นั่นคือ รายการ Mom Club
ออกอากาศทางช่อง MCOT Family 14 (ดาวเทียมและเคเบิ้ลช่อง 24 )นะคะ
ตอนแรกที่ได้รับการติดต่อจากทีมงานก็ยังงงๆ นิด เพราะเริ่มต้นเป็นการที่สนใจจะแชร์ผ่านหน้าเพจของรายการ
เกี่ยวกับของเล่นทำมือที่เมตกหลุมรัก นั่นคือ Quiet Book นั่นเองค่ะ

Facebook MOM CLUB-61

เมื่อได้รับการติดต่อจากทีมงาน พร้อมนัดวันถ่ายทำ insert ที่บ้านในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ทีมงานซึ่งมีคุณตั๊กมาทำหน้าที่ในการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน คุณตั๊กกำลังจะเป็นคุณแม่คนใหม่ค่ะ (ขอให้น้องคลอดง่าย สมบูรณ์แข็งแรงนะคะ) ก็เลยได้พูดคุยในหลายๆประเด็น และมีน้องช่างภาพที่มาทำการถ่ายทำการเล่นและกิจกรรมบางส่วนกับลูกชายของเมด้วยนะคะ

IMG_20150922_180407

หลังจากนั้นก็ถึงวันที่จะต้องไปรายการ ซึ่งเป็นรายการที่ออกอากาศสดๆ ในวันอังคารที่ 22 กันยายน
ตื่นเต้นมากถึงมากที่สุดเพราะถึงแม้ว่าทั้งเมและสามีเคยจัดรายการวิทยุมาบ้างเมื่อนานนนนนมากกกกแล้ว
(สมัยนักเรียนนักศึกษา– ย้อนอดีตกันนานน่าดู แหะๆ)และการที่เราทั้งสองคนเคยเป็นอาจารย์ที่อาชีพ
คือการอยู่ด้านหน้าสุดของห้องเรียน แต่มันคงเป็นฟีลลิ่งที่แตกต่างกัน
เพราะงานนี้ทั้งกล้อง ทั้งแสงไฟ เป็นสิ่งใหม่สำหรับครอบครัวเราค่ะ

แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ต้องขอขอบคุณไปยังพิธีกรทั้งสองคนที่น่ารักมาก เป็นกันเองมากๆ
(คุณอรอนงค์และคุณตุ๊ก ชนกวนันท์) นะคะ ตัวจริงสวยมาก แอบปลื้มคุณตุ๊กมานาน ได้เจอตัวจริงซะที
และที่ลืมไม่ได้เลยคือทีมงานทุกคนที่ดูแลดีตั้งแต่เริ่มเข้าสตูดิโอ จัดห้องรับรองพร้อมขนมและน้ำ
เด็กชายอิมติยาซของมี้เมฟินกับขนม ไม่งอแงเลย (ขอบคุณนะครับ เด็กชายน้อยๆของมี้)
พี่เอ็มที่มาพูดคุยกันแบบเป็นกันเองทำให้ทราบว่าเรามีประเทศที่อยากไปท่องเที่ยวและปักหมุดไว้เหมือนกัน
คือประเทศตุรกี (เจอคอเดียวกันเลยค่ะ) สิ่งที่ประทับใจคือ ทีมงานทุกคนทำงานแบบมืออาชีพ
แต่ก็มีความเป็นกันเองให้ ขอบคุณน้องช่างภาพที่จบงานแล้วส่งภาพสวยๆ ให้ทางอีเมลล์ให้มีเมได้ฟินต่อเนื่องนะคะ

Facebook MOM CLUB-39

ในส่วนของรายการได้แบ่งการสัมภาษณ์เป็น 2 ช่วงคือ
ช่วงแรกจะเป็นการพูดถึงการเลี้ยงลูกในรูปแบบของครอบครัวเรา การเรียนของสามี และงานแปลของเม
รวมไปถึงการแนะนำกิจกรรมที่เชื่อมโยงหนังสือกับชีวิตประจำวัน ได้ยกตัวอย่างหนังสือดัง
คือ The Very Hungry Caterpillar จาก Eric Carle ค่ะ ซึ่งเราได้จัดให้อิมติยาซได้ลองเลี้ยงหนอน
และสอนให้เค้ารอคอย จากการที่เค้าจะต้องเฝ้าดูการเจริญเติบโต จากตัวหนอน สู่ดักแด้ และเป็นผีเสื้อ
เป็นการสอนเรื่องวิทยาศาสตร์ การลำดับขั้นตอน และการรอคอยให้เด็กๆ
ทำให้เค้าเชื่อมโยงความรู้จากหนังสือสู่การปฏิบัติจริงๆค่ะ

Facebook MOM CLUB-56ในส่วนของช่องที่ 2 ก็จะเป็นการนำเสนองาน DIY แนวทางในการทำ แนะนำบล๊อกและเว็บไซต์ที่สามารถเข้าถึง
งานประเภทนี้ รวมไปถึงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนงาน DIY แบบมี้เมให้ทุกคนได้ชมค่ะ ดีใจที่มีคนชอบงานนี้นะคะ

หลังจบการออกอากาศได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องคนนึงที่ชมรายการว่าเค้ากำลังสนใจงานนี้อยู่เช่นกัน
ยินดีมากๆค่ะ ที่ได้แลกเปลี่ยนพูดคุย ถึงงานเมอาจจะไม่ได้ perfect แต่มันเต็มไปด้วยความรักจากแม่คนนึงถึงลูกค่ะ

ขอบคุณทางรายการที่ให้โอกาสเราได้มีโอกาสส่งต่อความรู้เท่าที่เรามี ประสบการณ์เท่าที่เราพบเจอ
ได้มีโอกาสบอกต่อไปยังหลายๆบ้านที่รับชมอยู่ ขอบคุณค่ะ

ครอบครัวเราอาจจะไม่ใช่ครอบครัวที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่ครอบครัวที่ perfect ในทุกๆด้าน
เราเป็นเพียงครอบครัวธรรมดาที่พยายามทำให้ครอบครัวของเราเเต็มไปด้วยความรัก
รักที่จะเติบโตไปด้วยกัน รักที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน รักที่จะพัฒนาไปด้วยกัน และรักเพื่อจะแบ่งปันให้กับสังคมค่ะ

momclub3

^___^

After long time ago since I didn’t log in to my blog to write down anything.
Today I wan to write about my family’s new experience during my hubby study trip to BKK last month.

Our family had a chance to interview in one of family TV programme in Thailand, that’s Mom Club ( MCOT Family 14). Alhumdulillah for this chance that we can sharing the thing that we known and learn from another to gain more and more.

12003961_446037055587937_5093553516914996355_n

I really impress about super-teamwork of this TV programme’s staffs.
They all kind, friendly and really nice to my family
Thanks again for everything, all of you guys made for us.

Our family is not the perfect one, but we try to grow up, improve and learn new thing together
for every single day pass and we hope that we can share our humble experience to another family as well.

licen

———————————————————————————————————————————————————-

รับชมรายการย้อนหลังได้ที่นี่ค่ะ

Part 1 :: รายการ Mob Club ตอน Quiet Book หนังสือเงียบแสนสนุก ตอนที่ 1

Part 2 :: รายการ Mob Club ตอน Quiet Book หนังสือเงียบแสนสนุก ตอนที่ 2

เครดิตภาพทั้งหมดเป็นของรายการ MOM Club นะคะ

Uncategorized

Quiet Book : Solar System

Bismillahirahmaniraheem !

In the name of Allah, The Most Gracious, The Most Kind.

Today I would like to share my Quiet Book for my dear son to let him explore about “Solar System”.

This “Solar System Quiet Book” I did it since last April (I mean 2015) hehe , Alhumdulillah.
but no time to update this section in my blog (So busy with another things) so I plan to managing my time, organize my life to do better both my hobbies and my fulltime job. InshaAllah.

For this Solar System Quiet Book, I made it to be 2 pages.
The first one is for learning the name of each planets and the second one is for learning how far for each planets from the Sun. Alhumdulillah

For people who ask me about materials,

All my quiet books, I use “felt” to be my main material and also another materials that I can find it around the house like snap button, velcro, bead and so on.

For Pattern, I drawn the sun by myself then put the fluffy stuff to make it be inflated and softer.

licen

heart-border