Imtiyaz, Review, Review Book

Review : Allah Knows All About Me

In the name of God, The Most Gracious, The Most Merciful

Today I would like to grab the chance to review “Allah Knows All About Me”. New Book from Learning Root Publisher, UK.

IMG_20150825_110447

Brief Info :

  • Binding : Boardbook
  • Page : 26 ( Including Cover)
  • Adapted by Yasmin Mussa
  • Weight : Approximately 500 grams.

This book can make you fall to it like the love at first sight because it’s so cute starting from the root to top ( I mean from the cover to the end) ^_^

The color theme for this book is seem like pastel color but still vivid and lively in tune with the stories.

IMG_20150825_110540

This book has the concept to let the little one understand that every feeling, every situations and circumstance in our life is under Allah’s Mercy. He cares everything about us even the small step in our life, even the whisper in our hearts. Allah Knows All About Me is the book that can growing your child’s faith and love and make your child feeling connected with their God.

IMG_20150825_110526

Another great thing of this book is rhyming text, My son love this book and urge me to read again and again. It’s really suitable for the lil’ one and I would like to recommend this book  to baby as well.

For the illustrations, they all be the Learning Roots’ style that is faceless illustrations. By the way this book still can introduce your child to the concept of Tawhid  in easy and fun way.

Grow them with faith in the young age, let the root of faith growing inside their hearts and waiting to see them growing bigger and stronger.  inshaAllah.

รีวิว “Allah Knows All About Me” โดยมี้เม

หนังสือที่เมจะรีวิวในวันนี้คือ “Allah Knows All About Me” นะคะ เป็นหนังสือใหม่จากสำนักพิมพ์ Learning Roots , UK ค่ะ

รายละเอียดคร่าวๆเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้นะคะ

  • หนังสือเป็นแบบบอร์ดบุ๊ก กระดาษแข็ง ภาพสีทั้งเล่ม
  • จำนวนหน้า ประมาณ 26 หน้า รวมปกหน้าหลังนะคะ
  • น้ำหนักประมาณ 500 กรัม

หนังสือเล่มนี้เห็นแว่บแรกก็ตกหลุมรักเลยค่ะ เพราะชอบหนังสือประมาณนี้อยู่แล้วเป็นทุนเดิมนะคะ ภาพสวยตามสไตล์ของสำนักพิมพ์นี้คือจะไม่มีหน้าของตัวการ์ตูนนะคะ โทนสีของหนังสือเป็นแนวพาสเทลนะคะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังสือดูไม่สดใสแต่อย่างใดนะคะ ยังคงความน่ารักอยู่ทุกอณู

สิ่งที่ชอบอีกอย่างนึงของหนังสือเล่มนี้คือการใช้คำคล้องจองกัน ทำให้น่าอ่าน เด็กชอบและจำง่ายค่ะ จากประสบการณ์ตัวเอง ถ้าเป็นหนังสือที่เป็นคำคล้องจองแบบนี้ อ่านแค่ครั้งสองครั้ง ลูกชายก็จะสามารถอ่านตามได้แล้วนะคะ Alhumdulillah !

IMG_20150825_110459

อีกส่วนที่อยากจะรีวิวในหนังสือเล่มนี้คือเนื้อหาด้านใน เป็นหนังสือที่สามารถอธิบายแนวคิดหลักของความศรัทธาในตัวพระเจ้า ให้กับเด็กเล็กเข้าใจง่ายขึ้น โดยเชื่อมโยงกับสิ่งที่เด็กๆจะได้เจอทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ต่างๆในแต่ละวัน อากัปกริยาต่างๆที่เกิดขึ้น รวมไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้เด็กเล็กสามารถเข้าใจได้ถึงหลักศรัทธาว่า จริงๆแล้วในแต่ละวันของชีวิตเขา มีพระเจ้าคอยดูแลเขา ใส่ใจเขา และรักเขาตลอดเวลา

เป็นหนังสือดีที่อยากแนะนำผู้ปกครองที่มีลูกเล็กๆ ให้ลองหามาอ่านดูนะคะ แล้วจะตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้ค่ะ

licen

Advertisements
Uncategorized

Learning to Share ! – Part 1

มีคนเคยตั้งคำถามว่า “เมื่อไหร่” เราถึงจะสอน “การแบ่งปัน” ให้กับลูก

             คำตอบของเมคือ “ตอนนี้ค่ะ” จริงอยู่ที่เด็กเล็กกับการหวงแหนสิ่งของเป็นของคู่กัน
แต่ในความคู่กัน เราสามารถให้เขาเรียนรู้ว่าบางครั้งการที่เค้าแบ่งปัน ไม่ได้ทำให้เค้าสูญเสีย แต่มันเพิ่มเติมให้กับคนที่ได้รับและตัวเขาเองในเวลาเดียวกัน

           เมเริ่มให้ลูกเรียนรู้ที่จะแบ่งปันในรูปแบบของ “การบริจาค” ในวันที่เราไปเดินห้างกัน แล้วมีตู้รับบริจาควางตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ในครั้งแรกนั้น ลูกชายไม่ได้เข้าใจด้วยซ้ำไปว่า มันคืออะไร เพราะครั้งแรกที่ให้เขาบริจาคเงินในตู้ตอนนั้นเขายังมีอายุประมาณ 1 ขวบเท่านั้น ตอนนั้นเขาคงคิดว่ามันสนุกดีกับการหยอดเหรียญในมือลงในช่องเล็กๆ สาละวนกับการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน เพื่อให้เหรียญในมือลงในช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าผอมๆนั้นให้ได้ ตอนเขาหยอดลงครั้งแรก มีเสียงหัวเราะตามมาด้วยความสนุกสนาน เมยิ้มตาม Alhumdulillah แค่นี้ตอนนี้ให้เค้ารู้สึกดีกับความรู้สึกของตัวเองก็มากมายแล้วสำหรับวัยนี้ เราแค่เสริมคำแทนที่การกระทำครั้งนั้นของเราว่า “Donate” เท่านั้นจริงๆค่ะ

              หลังจากนั้นทุกครั้งที่เค้าเดินผ่านตู้ประเภทนี้ เห็นช่องใส่เหรียญแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นที่มัสยิด ห้างสรรพสินค้า ห้องสมุด หรือที่ไหนก็ตาม เค้าจะเดินปรี่เข้าไป แล้วหันมาบอกเราว่า “Donate” เสมอ

              เมื่อโตขึ้นมาอีกนิด เมเลยอธิบายเพิ่มเติมว่า “Donate for needy and poor” หรือ “Give a coin to gain a smile” เค้าจะชอบมาก โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าที่ปีนังจะมีที่บริจาคเงินเก๋ๆ อยู่ 2 แห่ง ออกแบบเป็นเป็นช่องให้ใส่เหรียญลงไป เวลาหยอดเงินลงไป เหรียญจะลงไปหมุนติ้วๆ หลายต่อหลายรอบก่อนที่จะลงไปในส่วนที่ใช้ในการเก็บเงิน เรียกได้ว่า เหรียญเดียวไม่เคยพอ วันไหนเดินผ่านแล้วไม่ได้ “เล่น” เจ้าตู้บริจาคนี้ ลูกชายจะมีอาการหงอยๆ อย่างเห็นได้ชัด 

IMG_20150807_190923

               สิ่งที่เมพยายามจะบอกไม่ใช่การโอ้อวดว่าลูกชายชอบบริจาค แต่สิ่งที่เมต้องการชี้ให้เห็นคือ “Process” หรือกระบวนการมากกว่า เมพยายามทำให้เขารู้สึกว่าการบริจาคไม่ได้ “พราก” อะไรไปจากตัวเขา แต่มันกลับ “เพิ่ม” ความสบายใจให้กับเขามากกว่า เมไม่ได้คาดหวังว่าลูกจะต้องเข้าใจความหมาย “นัยยะ” นี้ในวัย 3 ขวบ แต่เมเชื่อมั่นว่าเขารู้สึกได้ โดยที่เราไม่ต้องอธิบายหรือสอนอะไรเลย เพราะมันเป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้สึกขณะที่เขาทำสิ่งนั้น เป็นตัวสอนเขา และทำให้เขาเข้าใจว่า “ความสุขสนุกที่เกิดขึ้น” ตอนเขาเห็นเหรียญในมือลงในกล่อง และพร้อมจะส่งต่อให้คนอื่นๆ ที่ต้องการมันอยู่เช่นกัน มันเป็นความสุขที่ยากจะอธิบายจริงๆค่ะ

licen

Uncategorized

Chore for lil’son : Part 1 : Glass Drainer

วันนี้มีเวลาว่างๆอีกนิดหน่อยตามแพลนที่ได้ทำไว้ เลยมีอารมณ์อยากเขียนบล๊อก รีบเข้ามาใน App โดยด่วน พิมพ์ไปคิดไปไม่มี Draft (เป็นเรื่องปกติสำหรับเมย์ไปซะแล้วกับการไม่ draft งาน) บ่อยครั้งความคิดดีๆ มาแบบไม่ได้แจ้งล่วงหน้า คิดจะทำเลยต้องรีบทำเลย ^___^

วันนี้อยากมาพูดถึงงานบ้าน งานจิปาถะ งานที่แมนๆบางคนไม่อยากทำ
แต่จริงๆแล้ว เราสามารถให้ลูกเราเรียนรู้ได้ว่า แมนๆก็ทำงานบ้านได้นะเออ เอาเข้าจริงๆ ลูกชายชอบทำงานบ้านค่ะ คือชอบช่วยงานทุกอย่างคิดว่าเด็กๆหลายๆบ้านก็เป็นเช่นเดียวกัน เพราะอะไรรู้มั้ยคะ เด็กอยากทำอะไรได้แบบผู้ใหญ่ และจริงๆแล้วเค้ามีคุณสมบัติข้อนั้นอย่างครบครัน นั่นคือ เด็กวัยนี้เค้ามีคุณสมบัติของการเป็นนักเลียนแบบ ทำได้เหมือน ทำได้เนียน ก๊อปเกรด AAAAA ล้านตัวไปเลย

เพียงแต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการเลียนแบบ หลายครั้งไม่ตรงใจ ไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ทำงานเองเด็กๆ จึงถูก “งด” ให้ความช่วยเหลืองานไปโดยปริยาย ซึ่งความเป็นจริงแล้ว นั่นเป็นการหยุดกระบวนการเรียนรู้ ( Process) เพียงเพราะเราในฐานะพ่อแม่ มัวมองแค่ตัวผลงานที่ออกมา “Product”

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ลูกชายตอนนั้นอายุ 3 ขวบ 2 เดือนนะคะ เราได้ไปร้าน Mr.DIY เพื่อซื้อของเข้าบ้านเล็กๆน้อย เพราะตอนนี้อยากได้ที่คว่ำแก้ว คว่ำขวดสำหรับการทำการทดลองวิทยาศาสตร์แบบฟินๆ ง่ายๆ ของลูกชาย จนต้องหาที่คว่ำแก้วให้เขาต่างหาก ไว้ใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ และตั้งในที่ที่เค้าสามารถดูแลอุปกรณ์เล่นวิทยาศาสตร์ของเขาได้ โดยไม่ปนกับของที่เราใช้จริง

หน้าตาที่คว่ำแก้ว หลังประกอบสำเร็จ
หน้าตาที่คว่ำแก้ว หลังประกอบสำเร็จ

ในตอนแรก สามีจะเป็นคนรับหน้าที่ในการประกอบให้  ซึ่งเป็นงานง่ายๆ ถ้าปล่อยให้คุณสามีทำ งานนี้คงเสร็จในเวลาอันรวดเร็วค่ะ แต่ลูกชายกลับอยากได้งานนี้อีกคน เอาละสิ
งานชิ้นเดียว สองคนอยากทำ ถ้าเราพิจารณาจาก Product หรือผลลัพธ์ที่ออกมา คนนึงทำเร็ว ถูกหมดแน่นอน ส่วนอีกคน ทำช้าแน่ๆ ทำถูกมั้ยไม่แน่ใจ แต่กินเวลานานพอสมควรแน่นอนถ้าเราพิจารณาแค่นี้ งานนี้คุณพ่อได้ทำสมใจแน่นอน แต่ถ้าเรามองในอีกแง่นึง ว่าลูกจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง (Process) ระหว่างการทำงานชิ้นนี้ ทั้งในเรื่องของการเสียบช่องเว้นช่อง (Pattern) , การหมุนตัวก้านเสียบลงรู (Fine Motor Skill) , การมีสมาธิ ( Concentration ) และที่สำคัญคือความอดทน ( Patience ) ทั้งของเด็กและของพ่อแม่

มือเล็กๆนิ้วเล็ก กำลังในการหมุนที่ไม่ได้มากมาย ความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาที่ต้องประสานกัน ดูเป็นเรื่องสนุกและท้าทายสำหรับเด็ก และท้าทายความอดทนของพ่อแม่เช่นกัน ว่าเราจะอดทนรอจนลูกสามารถเสร็จงานชิ้นนี้ โดยไม่เข้าไปแย่งทำ เพราะมันช่างช้าแสนช้ารึเปล่า มันจะถูกต้องมั้ย หมุนแน่นมั้ย ใช้ได้มั้ย และอีกๆหลายๆ คำถามในหัวที่ไม่ได้พูดออกไป

IMG_20150614_182250

Alhumdulillah ! วันนั้นแม่แบบเราได้ทำหน้าที่ HR ที่ให้งานถูกคนและเกิดการเรียนรู้จริงๆค่ะเป็นการเรียนรู้ในแบบที่เกิดจากความกระหายความรู้ของตัวเด็ก การปล่อยให้เค้าได้ลงมือด้วยตัวเอง การปล่อยให้ความสามารถพิเศษในการเลียนแบบของเด็กได้ทำงานเต็มที่ การเรียนรู้ที่จะอดทนของพ่อแม่ต่อช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ของลูก และที่สำคัญคือการที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาจะได้เรียนรู้ มากกว่าผลที่เกิดขึ้น

IMG_20150614_182240
ภาพสั่นๆ แต่ความทรงจำแม่ชัดเจนนะจ๊ะ

โพสต์นี้ตั้งใจแค่อยากจะบอกคุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ ว่าการให้ลูกได้มีส่วนร่วมหรือมีโอกาสในการช่วยงานบ้าง นอกจากจะทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรมากกมายระหว่างการทำงานนั้นๆ แล้ว ยังทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองอีกด้วย ลองดูนะคะ เริ่มจากกวาดขยะในบ้านก็ได้ค่ะ ( แอบคิดว่าต้องเละ ใช่มั้ยคะ) เมขอเสนอเกมง่ายๆ ที่สามารถทำได้คือ การติดสติ๊กเกอร์หรือเทปกาวที่พื้น ทำขอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมตามรูปกระเบื้องเลยค่ะ แล้วบอกให้ลูกเล่นเกมโดยการกวาดขยะมาใส่ในกรอบสี่เหลี่ยมที่ทำไว้ แค่นี้คุณแม่แบบเราก็จะได้ผู้ช่วยตัวน้อยที่พร้อมจะทำงานบ้านไปพร้อมๆกับเราแล้วค่ะ ลองดูนะคะ

licen